ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์
การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ในอุตสาหกรรมไม้ทั้งระบบของไทย

ที่มาและความสำคัญของปัญหา
          
แม้ประเทศไทยจะเป็นเป้าหมายและเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในอุตสาหกรรมไม้ โดยพบว่าความต้องการใช้ไม้และที่มีไม้เป็นส่วนประกอบ ทั้งในอุตสาหกรรมไม้แปรรูป เฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมไม้ประกอบ รวมถึงไม้ในอุตสาหกรรมด้านพลังงานทั้งความร้อนและไฟฟ้า มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานจากฟอสซิลมาเป็นวัตถุดิบชีวภาพ การลดการใช้พลาสติก การลดการใช้เหล็กและอุตสาหกรรมสังเคราะห์ แต่อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย เกิดอุปสรรคในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป่าไม้ ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องล้มหายตายจาก หยุดกิจการ หรือ เปลี่ยนการลงทุนไปประเทศอื่น อันเนื่องมาจากอุปสรรคและปัญหาหลายประการ อาทิ เช่น กฏหมายป่าไม้ที่เป็นอุปสรรค ตั้งแต่การปลูก การตัด รวมไปถึงการแปรรูป , ภาษีการส่งออกไม้หลายรูปแบบ, กฏระเบียบด้านการส่งออก รวมถึงระบบการรับรองและมาตรฐานด้านป่าไม้

พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ 2484 ได้มีการปรับปรุงแก้ไข (พ.ศ. 2562) โดย ได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฏหมายป่าไม้ บางส่วน ที่กำหนดให้ไม้ทุกชนิดในที่ดินกรรมสิทธิ และสิทธิในที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้ามอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม การนำไม้เคลื่อนที่ การแปรรูปและโรงงานแปรรูปไม้ ก็ยังมีระเบียบ ข้อบังคับ ที่ยังคงเป็นอุปสรรค หรือ ยังไม่เอื้ออำนวยในการส่งเสริมในธุรกิจไม้มากนัก ประกอบกับผลกระทบทีเกิดขึ้นจากนโยบายการตลาดของสหรัฐอเมริกา - จีน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ และ ผลิตภัณฑ์ทีมีไม้เป็นส่วนประกอบของจีน ได้รับผลกระทบด้วย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย เนื่องจากไม้แปรรูปจากยางพาราของไทย มากกว่า 99.3% มีตลาดอยู่ที่ประเทศจีน

ประเทศญี่ปุ่น มีความต้องการใช้ไม้และเชื้อเพลิงพลังงานจำนวนมาก ประมาณ 5 -10 ล้านตัน/ปี ทั้งในรูปของไม้ประกอบ ไม้สับ และ Wood Pellet รวมถึงประเทศเกาหลีใต้ด้วย แต่ประเทศไทยมีปัญหาด้านต้นทุน ทั้งด้านแรงงาน การดำเนินการ รวมถึงอัตราภาษี ที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคและทำให้ศักยภาพในการแข่งขันในตลาดต่ำมาก ทั้งนี้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องซื้อไม้จากเกษตรกรในราคาที่ต่ำ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดคู่แข่งได้ โดยราคารับซื้อไม้ในประเทศ ณ ปัจจุบันนี้ ยังถือว่าไม่เป็นที่น่าสนใจหรือจูงใจให้เกษตรกรปลูกไม้ เพื่อเศรษฐกิจเท่าไหร่นัก เพียงแต่เป็นการปลูกเพื่อให้ได้รับการยกเว้นด้านภาษี สำหรับที่ดินว่างเปล่า

การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ด้านการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมป่าไม้ นี้ จึงเป็นการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อเท็จจริง สภาพปัญหา จุดแข็ง จุดอ่อน โดยจะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นในรอบด้าน ทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภาคราชการ นักวิชาการ ภาคเอกชน ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย อันจะเป็นการยกระดับ ให้ผลผลิตในอุตสาหกรรมไม้ทั้งระบบ สามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดโลกได้ ก่อให้เกิดการจ้างงาน การปลูกไม้เศรษฐกิจ เกษตรกรมีรายได้ ลดปัญหาผลผลิตทางการเกษตรอื่น
เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์
  • การปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรไม่เหมาะสม พื้นที่รกร้างว่างเปล่า พื้นที่ดินอดมสมบูรณ์ต่ำมาปลูกไม้เพื่อเศรษฐกิจทั้งไม้โตเร็ว โตปานกลางและไม้มีมูลค่าสูง
  • การอนุญาตประกอบกิจการทั้งในอุตสาหกรรม โรงงานแปรรูป อุตสาหกรรมไฟฟ้าชีวมวลจากไม้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการแปรรูปขั้นต้นเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือนและชุมชน รวมถึงการแก้ไขกฏระเบียบ วิธีการที่เป็นไปได้และมีศักยภาพ
  • การปรับปรุงกฏหมาย กฏระเบียน การอนุญาตทางด้านป่าไม้ กฏหมายโรงงาน กฏหมายผังเมือง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และนโยบาย
  • กฏหมาย ระเบียบ วิธีการ การอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก รวมถึงการแก้ไขการอนุญาตให้ ออป.ส่งออกไม้สักท่อนแต่เพียงผู้เดียว ให้เอกชน ประชาชนสามารถส่งออกได้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
  • นโยบายด้านภาษีและการได้รับการส่งเสริม BOI ในอุตสาหกรรมป่าไม้
  • กฏหมายเลื่อยโซ่ยนต์ เครื่องจักรกลที่สามารถเคลื่อนที่ได้ หรือ Mobile Chipper
  • การให้การสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยเชิงระบบ
  • การเข้าสู่ระบบการรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ตามแนวทางมาตรฐานสากล ตามความต้องการของตลาด
  • การให้การสนับสนุนโดยกลไกภาครัฐที่จำเป็น


    สำนักประสานการพัฒนานวัตกรรม (Office of Innovation Development )
    คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Faculty of Forestry, Kasetsart University)
    ชั้น 5 ตึกวนศาสตร์ 72 ปี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 50 ถนนพหลโยธิน ลาดยาว จตุจักร กทม. 10900
    โทร. 02 561 4761#512       |     Email: fforsj@ku.ac.th       | ติดต่อ : ดร.สุเทพ จันทร์เขียว